สรุป 10 เรื่องเด่น ฟุตบอลไทย ประจำปี 2015 เว็บฐานข้อมูล ไทยพรีเมียร์ลีก

เว็บไซต์ฐานข้อมูล ไทยพรีเมียร์ลีก ได้ทำการรวบรวม 10 เรื่องเด่น ในวงการฟุตบอล ประเทศไทย ประจำปี 2015

1. ฟุตบอลทีมชาติไทยหญิง ได้เข้าแข่งขัน ฟุตบอลโลกหญิง 2015 แคนาดา รอบสุดท้าย

ฟุตบอลทีมชาติไทยหญิง สามารถเข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกหญิง 2015 แคนาดา ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แม้ว่าทีมชาติไทยหญิง จะสามารถเข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกหญิง 2015 แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลงานผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ด้วยผลการแข่งขัน 3 นัด ชนะ 1 นัด และ แพ้ 2 นัด มีคะแนน 3 คะแนน ไม่เพียงพอเข้าสู่รอบต่อไป จบเส้นทางฟุตบอลโลกหญิง 2015 ไว้เพียงเท่านั้น

2. การกลับมาของ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้า สโมสร เอซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ในช่วงเลกที่สอง ของการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถูก อัลเมเรีย ทีมสโมสรจาก ลาลีก้า สเปน ยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งตรงกับช่วงเปิดฤดูกาล 2014/2015

แต่ในการไปเล่นให้กับ อัลเมเรีย ธีรศิลป์ แดงดา ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงของทีม โดยได้ลงสนามในศึก ลาลีก้า เพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น รวมถึงได้ลงสนามในรายการฟุตบอลถ้วย โกปา เดลเรย์ จำนวน 4 นัด ยิงได้ 1 ประตู

จนก่อนเปิดฤดูกาล ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 อัลเมเรีย ได้ยกเลิกสัญญาการยืมตัวของ ธีรศิลป์ แดงดา ทำให้ กองหน้าชาวไทย กลับมาเล่นในศึกไทยพรีเมียร์ลีก และสโมสรที่สร้างชื่อให้กับเขา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกครั้ง

3. นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศเข้าเป็น ประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี

ก่อนการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 สโมสรการท่าเรือ เอฟซี มีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมเป็นอย่างมาก รวมถึงการเปลี่ยนชื่อสโมสรจาก สิงห์ท่าเรือ กลับมาใช้ การท่าเรือ เอฟซี เนื่องจากการถอนตัวของคณะผู้บริหารชุดก่อน ที่นำโดย พลเรือเอก อภิชาติ เพ็งศรีทอง จนก่อนการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 จะเริ่มเพียงแค่ 2 วัน นวลพรรณ ล่ำซำ หรือที่รู้จักในชื่อ มาดามแป้ง ก็เข้ามารับตำแหน่ง ประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี คนใหม่ รวมถึง เปลี่ยนตราสัญลักษณ์สโมสรจาก สิงห์ เป็น ม้า

ทั้งนี้ การเข้ามาของ นวลพรรณ ล่ำซำ ยังคงไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดของ การท่าเรือ เอฟซี เพราะจากปัญหาตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล ที่นักเตะภายในทีมต่างพากันย้ายออก เพราะความไม่แน่นอนของฝ่ายบริหาร และการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอน มากที่สุดในไทยพรีเมียร์ลีก (สมชาย ชวยบุญชุม, ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์, แกรี สตีเว่น และ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม) ก่อนที่จะมาลงตัวกับ มาซาฮิโร วาดะ ซึ่งก็ไม่ทันเวลา การท่าเรือ เอฟซี ต้องตกชั้น ไปแข่งขัน ไทยลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า

4. ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เข้าใกล้ การเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย เอเชีย คัดเลือกแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018

ปี 2558 เป็นอีกหนึ่งปี ที่เป็นความหวังของแฟนฟุตบอล ทีมชาติไทย หลังจากการเข้ามาคุมทีมอย่างเต็มตัว (2557) ของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย อดีตนักเตะทีมชาติไทย ยุคดรีมทีม

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พร้อมด้วยทีมงาน สามารถพาทีมชาติไทย เข้าใกล้ การเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ทวีปเอเชีย เพื่อคัดเลือก 4.5 ทีม ที่ดีที่สุด ไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอฟ โดยแข่งขันไปแล้ว 5 นัด ทีมชาติไทย สามารถชนะได้ถึง 4 นัด เสมอเพียง 1 นัด และยังไม่แพ้ใคร มีคะแนนรวม 13 คะแนน นำเป็นจ่าฝูง โดยที่เหลือการแข่งขันอีก 1 นัด เพื่อตัดสินแชมป์ กลุ่ม เอฟ กับทีมชาติ อิรัก ในวันพฤหัสบดี 24 มีนาคม 2559 ซึ่งหากสามารถ เอาชนะ หรือ เสมอ ทีมชาติไทย จะสามารถเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย ทันที

5. ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 เข้ารอบสุดท้าย เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2016

ในปี 2558 นอกจากทีมชาติชุดใหญ่ จะมีโอกาสสูงในการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก็สามารถทำผลงานได้ดีเยื่ยมไม่แพ้กัน โดยล่าสุด สามารถเข้าสู่รอบสุดท้าย การแข่งขัน เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2016 ที่ประเทศกาตาร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการแข่งขัน เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ 2016 จะแข่งขันในช่วงวันที่ 12-30 มกราคม 2559 ที่จะถึงนี้ ทีมชาติไทย อยู่ กลุ่ม บี ร่วมกับ ทีมชาติ ญี่ปุ่น, ซาอุดิอาระเบีย และ เกาหลีเหนือ

โดยก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนชิพ ด้วยการเป็นอันดับ 2 ที่ผลงานดีที่สุด จากการแข่งขันกับ เกาหลีเหนือ, กัมพูชา และ ฟิลิปปินส์ ในรอบแรก แข่งขัน 3 นัด ชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด มีคะแนน 7 คะแนน

6. วรวีร์ มะกูดี ถูกฟีฟ่า สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลทุกระดับ เป็นเวลา 90 วัน

ในวันที่ 12 ตุลาคม 2558 คณะกรรมการวินัย ของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ ฟีฟ่า เผยแพร่ประกาศ สั่งห้าม วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลทุกระดับ เป็นเวลา 90 วัน โดยมีประเด็นมุ่งไปที่การเตรียมจัดการเลือกตั้งในวันที่ 17 ตุลาคม 2558 โดยหลังจากนั้น ฟีฟ่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกลาง ซึ่งต่อมาสมาคมฟุตบอลฯ ได้ประกาศยกเลิกกำหนดการเลือกตั้งเดิม และคณะกรรมการกลาง ก็ได้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ตามกรอบเวลาที่ฟีฟ่า กำหนดเอาไว้

ทั้งนี้ การยกเลิกการเลือกตั้ง ในเดือนตุลาคม 2558 ส่งผลให้มีการตีความ สิทธิในการเลือกตั้ง ของตัวแทน 30 เสียง จากไทยลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ว่าจะต้องคัดเลือกกันใหม่หรือไม่ รวมถึงการประกาศลงสมัครชิงตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ของอดีต ผบ.ตร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ วรวีร์ มะกูดี ก็ประกาศกลับมาชิงตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอลฯ เช่นเดิม สำหรับการเปิดรับผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 ไปจนถึงวันที่ 11 มกราคม 2559 และ มีการเลือกตั้งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ตามลำดับ

7. สโมสรไทยพรีเมียร์ลีก รวมตัวร้องต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบการทำงานของประธานผู้ตัดสินฟุตบอล ปฏิบัติไม่เป็นธรรม

ตัวแทนจากสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบ การทำหน้าที่ของประธานผู้ตัดสิน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย (พลเอก ชินเสน ทองโกมล)

โดยเนื้อหาของหนังสือร้องเรียน ได้ยกตัวอย่าง 10 เหตุการณ์ ที่มองว่า ประธานผู้ตัดสิน มีการตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเสมอภาค กับทีมสโมสรฟุตบอลอย่างเท่าเทียม รวมถึงเลือกปฏิบัติ ขาดมาตรฐานการตัดสิน และขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ

อ่านรายละเอียด : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี ร่วมยื่นหนังสือร้องเรียน กกท.ให้ตรวจสอบ พลเอก ชินเสณ ทองโกมล

8. ปัญหาไฟดับ: สุโขทัย เอฟซี VS นครปฐม ยูไนเต็ด และ ปัญหากฎระเบียบส่งตัวผู้เล่นต่างชาติ: บีอีซี เทโรศาสน VS แบงค็อก ยูไนเต็ด

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง ของการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ในปี 2015 ที่ผ่านมา คือความไม่มีมาตรฐานของฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด รวมถึง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในกรณีตัดสินโทษแก่สโมสรฟุตบอล ทั้งในระดับไทยพรีเมียร์ลีก และ ไทยลีกดิวิชั่น 1

กรณี สุโขทัย เอฟซี และ นครปฐม ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการแข่งขัน นัดตกค้าง จากเหตุการณ์พายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ระบบไฟฟ้าของสนามทะเลหลวง ไม่สามารถใช้งานได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งหลังจากไทยพรีเมียร์ลีก ตัดสินให้มีการแข่งขันใหม่ แบบเต็มเวลา 90 นาที เริ่มด้วยสกอร์ 0-0 ในสนามเป็นกลาง ที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม สุโขทัย เอฟซี ได้ยื่นร้องต่อศาลปกครอง ให้แข่งขันในสนามทะเลหลวง ซึ่งเป็นสนามเหย้า และ ขอให้เริ่มแข่งในนาที 39 และคงสกอร์ 1-0 ไว้เช่นเดิม สำหรับการแข่งขันนัดตกค้างดังกล่าว มีผลต่อการได้สิทธิเลื่อนชั้นของทั้งสองทีมอีกด้วย

ด้าน บีอีซี เทโรศาสน ที่ได้ยื่นเรื่องประท้วงหลัง แบงค็อก ยูไนเต็ด ในการส่งผู้เล่นต่างชาติแบบผิดกฎระเบียบการแข่งขัน แต่ไทยพรีเมียร์ลีก กลับคำตัดสินให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด ชนะในเกม 0-1 ตามเดิม โดยต่อมา บีอีซี เทโรศาสน อยู่ในรายชื่อทีมตกชั้น ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ทำให้ บีอีซี เทโรศาสน ยื่นฟ้องไทยพรีเมียร์ลีก ต่อศาลปกครอง ถ้าหาก บีอีซี เทโรศาสน สามารถทำให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด ผิดตามระเบียบการแข่งขัน จะทำให้ บีอีซี เทโรศาสน ได้ 3 คะแนนเพิ่ม รอดพ้นจากการตกชั้นทันที และเป็น สระบุรี เอฟซี ที่จะต้องตกชั้น ไปแข่งขัน ไทยลีกดิวิชั่น 1 แทน

9. สุพรรณบุรี เอฟซี คว้าอันดับ 3 แต่ไม่ได้สิทธิแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016 รวมทั้ง ไม่มีชื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ลงสนามแม้แต่นัดเดียว

สโมสรฟุตบอล สุพรรณบุรี เอฟซี  ภายใต้การคุมทีมของ วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสร และ วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผลการแข่งขัน 9 นัดสุดท้าย ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 สุพรรณบุรี เอฟซี สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัด เสมอ 3 นัด และไม่แพ้ใคร เก็บคะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จนในที่สุดสามารถจบฤดูกาลแข่งขัน ด้วยผลงานอันดับ 3 ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ได้สำเร็จ

แต่การได้อันดับ 3 ไม่เพียงพอที่จะทำให้ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016 รอบคัดเลือก เพราะสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้ยกสิทธิดังกล่าวให้กับ ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 4 ที่มีความพร้อมในเรื่อง คลับ ไลเซนซิ่ง ซึ่ง สุพรรณบุรี เอฟซี ยังไม่พร้อมในเรื่องดังกล่าว

หมายเหตุ : โดยปกติทีมสโมสร จากประเทศไทย จะได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จำนวน 1+2 ทีม กล่าวคือ แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้สิทธิแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม และ ทีมแชมป์ ไทยเอฟเอคัพ และ รองแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก ได้สิทธิแข่งขันรอบคัดเลือก แต่ในฤดูกาล 2015 แชมป์ และ รองแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 เป็นคู่ชิงชนะเลิศ ไทยเอฟเอคัพ ทำให้ อันดับ 3 ได้สิทธิ เข้าแข่งขันรอบคัดเลือกแทน

10. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไร้พ่าย ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 พร้อม ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต คว้าตำแหน่งดาวซัลโลสูงสุด 33 ประตู

ความสำเร็จยิ่งใหญ่ของ สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร และ อเล็กซานเดอร์ กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 แบบสร้างสถิติไม่แพ้ทีมใดตลอด 34 นัดในฤดูกาลแข่งขัน ด้วยการ ชนะ 25 นัด และ เสมอ 9 นัด เก็บคะแนนรวม 84 คะแนน และยิงประตูคู่แข่งได้สูงถึง 98 ประตู รวมทั้งกองหน้าชาวบราซิล ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ครองตำแหน่งดาวซัลโว ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 ด้วยการยิงประตูถึง 33 ประตู อีกด้วย

นอกจากนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคว้าแชมป์ รายการชิงถ้วยพระราชทาน ก และ ฟุตบอล ไทยลีกคัพ 2015 มาครองได้สำเร็จ และในขณะเขียนบทความชิ้นนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังมีโปรแกรมแข่งขัน นัดชิงชนะเลิศ เหลืออีก 2 รายการ คือ แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ 2015 ที่จะพบกับ เบิงเกต อังกอร์ (กัมพูชา) และ นัดชิงชนะเลิศ ไทยเอฟเอคัพ 2015 พบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด