"เสื้อตัวนี้สีน้ำเงิน" เรื่องของเสื้อแดง ในนัดชิง เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 นัดที่สอง

การแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับอาเซียน มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขันรวม 11 ประเทศ โดยในรอบคัดเลือก ทีมที่มีอันดับโลกต่ำกว่าอันดับ 6 [1] จะต้องแข่งขันรอบเพลย์ออฟ เพื่อหา 2 ทีม เข้าแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มต่อไป [2]

ทีมชาติไทยได้สิทธิเข้าแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม โดยผลการจัดสลากอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ สิงคโปร์ (เจ้าภาพ) [3] มาเลเซีย และ เมียนมาร์ ซึ่งในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทย เลือกใส่ชุดสีน้ำเงินลงทำการแข่งขันในทุกนัด ผลการแข่งขัน ทีมชาติไทยสามารถเก็บ 9 คะแนน จากการชนะ 3 นัดรวด นัดแรก เอาชนะเจ้าภาพสิงคโปร์ 2-1 จากนั้น ชนะ มาเลเซีย 3-2 และ นัดสุดท้าย ชนะเมียนมาร์ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่มบี ซึ่งจะต้องแข่งขันกับ รองแชมป์กลุ่ม เอ ได้แก่ ทีมชาติฟิลิปปินส์

การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองนัด ทีมชาติไทยใส่ชุดสีน้ำเงินทำการแข่งขัน ผลการแข่งขัน นัดแรก เสมอกัน 0-0 นัดที่สอง ทีมชาติไทย ชนะ 3-0 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน รวมผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ไปด้วยประตูรวม 3-0

 

หากย้อนกลับไปรายการแข่งขันก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน อดีตศูนย์หน้าขวัญใจชาวไทย ที่สามารถพาทีมชาติไทย คว้าอันดับ 4 กีฬาเอเชียนเกมส์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ มาครอง ก็เลือกใส่ชุดแข่งขันสีน้ำเงินตลอดการแข่งขันเช่นกัน

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รองชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่ประเทศมาเลเซีย มีรายงานว่าทีมชาติมาเลเซียเลือกใส่ชุดแข่งขันสีน้ำเงิน ทำให้ทีมชาติไทยไม่สามารถใส่ชุดแข่งที่เคยใส่มาตลอดในระยะหลัง โดยจะใส่ชุดสีแดงลงแข่งขันในนัดนี้

ก่อนเริ่มการแข่งขันไม่กี่ชั่วโมง มีการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย ว่านักฟุตบอลทีมชาติไทย แก้เคล็ดสีชุดแข่ง ด้วยการเขียนข้อความ "เสื้อตัวนี้สีน้ำเงิน" ไว้ที่ชุดแข่ง สร้างความฮือฮาได้เป็นวงกว้าง

 

สำหรับเรื่องของสีชุดแข่งขัน ตามปกติแล้วในแต่ละทีมทั้งในระดับชาติหรือสโมสร จะมีการลงทะเบียนสีของชุดแข่งขันเอาไว้ อย่างน้อย 2 แบบ เพื่อที่จะสามารถเลือกใส่ ไม่ให้สับสนเวลาทำการแข่งขัน

ทีมชาติไทย ได้ลงทะเบียนชุดแข่งเอาไว้ 2 สี ได้แก่ ชุดที่หนึ่ง เสื้อ-กางเกง-ถุงเท้า เป็นสีแดงทั้งชุด และ ชุดที่สอง เสื้อ-กางเกง-ถุงเท้า เป็นสีน้ำเงินทั้งชุด ยกเว้นในปี พ.ศ. 2551-2554 ทีมชาติไทยได้ขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่ง เป็น เสื้อ-กางเกง-ถุงเท้า เป็นสีเหลืองทั้งชุด เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวโรกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2550 และล่าสุดในปี 2555 ได้แก้ไขกลับมาใช้ชุดสีแดง และ สีน้ำเงิน ตามเดิม

โดยทั่วไปชุดที่หนึ่งมักจะถูกใช้ในการแข่งขันเมื่อเป็นเจ้าบ้าน แต่ทั้งนี้แต่ละทีมสามารถตกลงกันได้ว่าทีมของตัวเองจะเลือกใส่ชุดแข่งสีอะไรเพื่อไม่ให้คล้ายกัน เช่น ทีมเจ้าบ้าน มีชุดที่หนึ่งเป็นสีแดง และทีมเยือน มีชุดที่สองก็เป็นสีแดงเช่นกัน ทางออกในทางปฏิบัติ ทีมเยือนสามารถใช้ชุดที่หนึ่ง ที่เป็นสีอื่นลงแข่งขัน

ซึ่งหากย้อนดูการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ที่เพิ่งผ่านไป ในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ มีการเลือกใช้ชุดแข่ง ที่ทีมเจ้าบ้านไม่ใช้ชุดที่หนึ่งทำการแข่งขัน ตั้งแต่ รอบรองชนะเลิศนัดแรก ทีมชาติฟิลิปปินส์ เลือกใส่ชุดที่สอง (สีขาว) พบกับ ทีมชาติไทย (สีน้ำเงิน) และในนัดที่สอง ทีมชาติไทยก็เลือกใส่ชุดที่สอง เช่นกัน (สีน้ำเงิน) ทำให้ฟิลิปปินส์ใส่ชุดที่สอง (สีขาว) ตามเดิม

รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ทีมชาติไทย เลือกใส่ชุดที่สอง (สีน้ำเงิน) ซึ่งตรงกับชุดที่สองของมาเลเซีย ทำให้มาเลเซียใส่ชุดที่หนึ่งทำการแข่งขัน (สีเหลือง-ดำ) และรอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง มาเลเซีย เลือกใส่ชุดที่สอง (สีน้ำเงิน) ทำให้ทีมชาติไทย ต้องใส่ชุดที่หนึ่ง (สีแดง) ทำการแข่งขันในที่สุด

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

[1] รายชื่อประเทศที่ร่วมการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และอันดับคะแนน FIFA อันดับ 1-6 เข้าแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม ได้แก่ 1.อินโดนีเซีย 2.มาเลเซีย 3.ฟิลิปปินส์ 4.สิงคโปร์ 5.ไทย 6.เวียดนาม อันดับ 7-11 แข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อหา 2 ทีมไปแข่งรอบแบ่งกลุ่ม 7.บรูไน 8.กัมพูชา 9.ลาว 10.พม่า 11.ติมอร์-เลสเต

[2] การแข่งขันรอบเพลย์ออฟ จัดแข่งขันที่ประเทศลาว และทีมที่ได้สิทธิเข้าแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มได้แก่ ลาว และ เมียนมาร์

[3] การแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รอบแบ่งกลุ่ม จัดการแข่งขันใน 2 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม เป็นเจ้าภาพของ กลุ่ม เอ และ สิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพของ กลุ่ม บี